สมัยนี้แหวนแต่งงาน จำเป็นจริงๆหรอ?

ถามกันมาเยอะเหมือนกันค่ะ ว่าแหวนแต่งงานจำเป็นต้องมีจริงๆหรอ สายชิลบางคู่ ถึงขั้นเหวอ เพราะพิธีจะเริ่มอยู่แล้วอาทิตย์หน้า แต่นึกขึ้นได้ว่า ยังไม่มีแหวน!!!

คุณลองนึกภาพดูสิคะว่าหลังจากแต่งงานแล้ว มีอะไรที่จะแสดงว่าเราแต่งงานแล้ว บนตัวเราได้บ้าง

ใบทะเบียนสมรส? แหนะ พกทุกวันไม่ได้

Backdrop ที่มีชื่อเราทั้งคู่ อ่ะเสร็จงานแต่งก็โดนเททิ้ง

สินสอดทองหมั้น ว๊ายพกทุกวัน เดี่ยวโดนปล้น!!

เพราะฉะนั้นอะไรที่จะพกสะดวก ใส่ง่าย ไม่ต้องถือ ก็คือแหวนแต่งงานนี่สิคะ  แม้ที่มาของการสวมแหวนแต่อดีตกาล จะโรแม๊นซ์มาก แต่ก็เข้าใจว่า บางคนก็ไม่อินนนน งั้นเรามาเรียนรู้ประโยชน์ และที่มาของการสวมแหวนดีกว่า

  • เทรนด์ในการสวมแหวนแต่งงาน

  • วิธีการเลือกเพชร ให้เป๊ะ ปัง โดนใจ

  • เทคนิคในการส่องเพชรในมือ 

เมื่อเวลาเปลี่ยนไป ความคิดก็เปลี่ยนตาม วันนี้ไปดูเทรนด์ของการสวมแหวนแต่งงานในปัจจุบันกันดีกว่า

ปัจจุบัน การแต่งงานเป็นเรื่องไม่ยาก เพราะที่ไหนมีอินเตอร์เน็ต ที่นั่นก็มีข้อมูล แต่ถ้าพูดถึงการเลือกแหวนแต่งงานแล้วละก็ส่วนนึงคำนึงถึง มูลค่าทางจิตใจ ไม่ใช่ตับไต ไส้พุง อีกอย่างบางคู่เขาก็ถือว่าแหวนส่วนหนึ่งอยู่ในสินสอด อะก็ว่ากันไปตรงๆ

“เพราะแบบนี้จึงเป็นที่มาของการสวมแหวน 2 วงในพิธี”  

แหวนเพชรเม็ดเดี่ยว หรือ Solitaire Ring นิยมสวมในฤกษ์พิธีหมั้น ส่วนเพชรจะชูหรือไม่ชู มันก็อยู่ที่สไตล์ของแต่ละคน 

ส่วนอีกวงนิยมสวมหลังแต่งงาน เขาเรียกว่า Wedding Band เพื่อใส่ติดนิ้วได้ในทุกๆวัน ส่วนดีไซน์อะหรอ ถ้าให้แนะนำ ก็เลือกที่ชอบ ใส่แล้วเสริมบุคลิค (อืม อันนี้สำคัญ ก็ความหมายตรงตัว เครื่องประดับ แปลว่า ประดับให้ดูดีขึ้น) เพราะฉะนั้นคิดไปเลย วงเนี่ยต้องใส่ทุกวัน ต้องเป็นแหวนคู่กันไหม พอมีโจทย์ เดี๋ยวคำตอบก็มาเองค่ะ 

Wedding Band

– แหวนแต่งงาน พลังของคำมั่นสัญญา –

บางคนก็คิดว่า การสวมใส่แหวนแต่งงานบนนิ้วนางของอีกฝ่าย เนี่ย เป็นการบ่งบอกชาวโลกว่า คนเนี่ย! มีเจ้าของแล้วนะ ถูกจองแล้วว๊อย….แต่เดี๋ยวก่อน จริงๆแล้วการสวมแหวนไม่ใช่คุณค่าที่จะต้องบ่งบอกให้คนอื่นรู้ว่าเรามีเจ้าของแล้ว  แต่มันเป็นคุณค่าทางใจของเราต่างหาก เพราะจริงๆแล้วการสวมแหวน เป็นตัวแทนในรูปแบบนามธรรม เพื่อให้เราระลึกถึงวันที่เราตกลงที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน และไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนสัญลักษณ์นี้จะเป็นพลังของคำสัญญา เป็นเครื่องเตือนใจเราเสมอ อ่ะเริ่มเห็นประโยชน์ของแหวนแต่งงานที่ใส่ติดนิ้วแล้วใช่ไหมหล่ะคะ

ส่วนที่ถามว่า ทำไมต้องเป็น “แหวนเพชร” อ่ะหรอ อืม นี่ก็ยุค 4.0 จะให้เขียนเยอะ ก็หาข้อมูลจากกูเกิลได้อยู่ดี แต่ก็แค่จะบอกว่า ก็เพราะความหมายของเพชร มันกินใจ จนเปลี่ยนไปกี่ยุคกี่สมัย เพชรก็ยังเป็นตัวเลือกแรกๆ สำหรับคู่บ่าวสาวอยู่ดี ถ้าเคยอ่านความหมายจากกูเกิลแล้วก็น่าจะพอรู้ว่า เพราะเพชรแข็งแกร่งที่สุด และมาจากรากศัพท์ภาษากรีก “Adamas” ที่แปลว่าไม่อาจเอาชนะได้

เพชรจึงกลายเป็นสัญลักษณ์สากล เพื่อรักที่ยั่งยืน! เพราะฉะนั้น Only Diamond can cut Diamond #ความรักก็เช่นกัน เอร๊ยยยย เกริ่นความหมายกันไปเบาๆแล้ว มาดูวิธีการเลือกเพชรยังไงให้ ได้ตรงใจ ที่สำคัญเป็นเพชรแท้ และ เป๊ะ! ปัง!  เพราะพื้นฐานการเลือก มีอยู่ 4ตัว ที่นิยมเรียกกันว่า 4C  แต่ในที่นี้จะขอบวกอีก 1C ไปด้วย

พื้นฐาน 4C ในการเลือกซื้อเพชร เพื่อแหวนแต่งงาน ที่เป๊ะ ปัง โดนใจ

  • (C1) Cutting – สัดส่วนการเจียระไน
  • (C2) Color –  สี หรือ น้ำของเพขร
  • (C3) Clarity ความสะอาด
  • (C4) Carat – น้ำหนักเพชร

(C1) Cutting – สัดส่วนการเจียระไนของเพชร

ถ้าอธิบายง่ายๆสมมติ ว่าเราเปรียบเพชรเป็นหน้าของคนๆนึง แน่นอน สิ่งแรกที่คุณจะมอง ก็คือหน้าตาถูกใจรึเปล่า พอยิ้มแล้วดึงดูดใจไหม เพชรก็เช่นกันค่ะ สิ่งแรกที่เราจะมอง ก็คือ เขาเล่นไฟดี มีแสงกระแทกตาวิบวับพร้อมเปล่งประกายรึเปล่า รูปร่างก็ต้องกลมได้สัดส่วน 
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ดูได้ง่ายๆ จากการส่องเข้าไปข้างใน ว่าขึ้น Heart & Arrow รึเปล่า เพราะการขึ้นของ H&A มาจาก สัดส่วน การขัดเงา และความสมมาตรของเพชร ถ้าเคยได้ยินคำว่า 3ex นั่นแหละค่ะ คือเจ้า 3 ส่วนประกอบนี้ (ในที่นี้พูดถึงเฉพาะเพชร ทรงกลม หรือ เพชรเหลี่ยมเกสรเท่านั้น)

(C2) Color – สี หรือ น้ำของเพชร

ขั้นตอนถัดมา แม้หน้าดูสวย น่ารักโดนใจแล้ว ต้อง zoom เข้าไป ให้เห็นสีผิวด้วยนะคะ ถ้าเทียบกับ pantone แล้ว เพชรเป็นสีไหน เพราะเพชรมีตั้งแต่สีน้ำตาล ไปจนถึง ขาว ไม่มีสี ถ้าในระดับนี้ จะอยู่ในช่วงน้ำ 98-100 หรือ D-F

(C3) Clarity ความสะอาด

อ่ะภายนอกสวยแล้ว ไปดูภายในกันต่อดีกว่าค่ะ เพชรเป็นสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติ ดังนั้นของธรรมชาติ ย่อมไม่สมบูรณ์แบบ #ความรักก็เช่นกัน ท่องไว้ ต้องเข้าใจกันให้มาก ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น เพราะเนี่ยแหละ ชีวิตคู่ (เอ้าเปลี่ยนโหมดไปสอนชีวิตคู่เฉย)

 อ่ะกลับมาที่เพชรกันต่อ ความไม่สมบูรณ์แบบภายใน ทำให้เกิดเป็นตำหนิในเพชร มีหลากหลายชนิด ที่ต่อให้เล่าไป ก็ยากที่จะจำได้ค่ะ เพราะฉะนั้น แยกออกกันด้วยวิธีการมองเห็นดีกว่า

(C4) Carat – น้ำหนัก

มาถึง C สุดท้าย ที่งานนี้ เลขสวยต้องมา เลขมงคลต้องมี หรือ เลข1 ในใจนี่ฮิตตลอดกาลค่ะ น้ำหนักของ เพชร จริงๆขึ้นอยู่กับว่า ว่าที่บ่าวสาวคุยกันว่าอย่างไร เพื่อให้ได้แหวนวงสำคัญที่ถูกใจที่สุด แต่ถ้าให้แนะนำ ก็ควรเลือกที่ไม่เล็กไป ไม่ใหญ่ไปกว่านิ้วของเจ้าสาวและเจ้าบ่าวนะคะ 

ลำดับสุดท้าย ทฤษฎีแม่น

ปฏิบัติก็ห้ามตกนะคะ!  

อ่ะ ทำหน้างง ไม่เป็นไรค่ะ ลองจินตนาการตาม สมมติว่าเราวางเพชรไว้บนมือคุณ ลองส่องเพชรบนมือคุณเลยค่ะ ว่าสิ่งแรกที่คุณเห็น คืออะไรคะ? ติ๊กต็อก ติ๊กต็อก ติ๊กต็อก อ่ะ…. เยส! เก่งมาก แสงหรือประกายและรูปร่างของเพชร 

ลำดับถัดมา ถ้าหรี่ตาลง มองลงไปอย่างพิจารณา คุณจะเห็นอะไรอีกคะ ติ๊กต็อก ติ๊กต็อก ติ๊กต็อก…..อ่ะถูกอีกนะค๊าาาา ใช่ค่ะ แพนโทนสีของเพชร หรือคุ้นอาจจะคุ้นกับคำว่าน้ำของเพชรนั่นเอง (สำหรับผู้ที่ตอบผิด ไม่ต้องเสียใจค่ะ เพราะคนที่ตอบถูกเราไม่มีรางวัลให้ ฮ่าๆ)

เห็นภาพตรงกันแล้วใช่ไหมคะ นั่นแหละคะ เพราะแสงประกายและสีของเพชร เป็นสิ่งแรกๆที่คุณจะมองเห็นจากแหวนแต่งงานของคุณ พอได้ทุกอย่างแบบลงตัวแล้ว ก็มาดูตัว C สุดท้ายกันค่ะ

 – CERTIFICATE – 

C ตัวสุดท้าย แต่ไม่รั้งท้ายสุด C ตัวนี้สำคัญเหมือนกันนะเธอ เพราะมันคือ ใบ Certificate นั่นเอง ปกติที่นิยมในตลาด ถ้าเพชรขนาด 30 ตังค์ขึ้นไปมักจะมีใบ Certificate ติดสอยห้อยตามมาด้วย และการมีใบเซอร์ก็เป็นสิ่งที่การันตีได้ดีว่า เพชรที่ได้เป็นเพชรแท้ค่ะ

ปกติแล้วเพชรที่ถูกเซอร์ จะมีเลขประจำตัว คล้ายบัตรประชาชนของเรา ถูกสลักอยู่บนขอบเพชรด้วยค่ะ แล้วเมื่อเช็คด้วยกล้อง ถ้าเลขตรงกัน ก็มั่นใจไปเลย 100% 

ใบเซอร์ในที่นี้ มีหลายสถาบันอยู่ค่ะ แต่ที่นิยมแบบเป็นที่รู้จักกันดี ก็คือจากสถาบัน GIA (Gemological Institute of America) เพราะถ้าเทียบแบบครูสายโหด สถาบันนี้เนี๊ยบและปล่อยเกรดยาก ประหนึ่งว่าถ้าไม่ถึงเกณฑ์ ก็โดนเตะตก บอกเกรดประหนึ่งติด F กันไป เพราะฉะนั้นเพชรที่ได้ค่อนข้างจะ 100% ตรงกับแต่ละ C ของเขาค่ะ

บทสรุปส่งท้าย

กับเคล็ดไม่ลับ “เลือกเพชรอย่างไรให้ได้ แหวนแต่งงานที่เป๊ะ ปัง”
  • Sign up
Password Strength Very Weak
or Login Using
Lost your password? Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.
We do not share your personal details with anyone.
%d bloggers like this: